Last updated: 30 ก.ย. 2569 | 7 จำนวนผู้เข้าชม |
สื่อหลักและรายงานทางการแพทย์ระบุว่า พนักงานออฟฟิศมากกว่า 70% ประสบปัญหาปวดคอ บ่า ร่วมกับอาการตาล้า ตาแห้ง และมองเห็นภาพเบลอ โดยหลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงความเมื่อยล้าชั่วคราว
จากการศึกษาในวารสารการยศาสตร์ไทย พบความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ($p < 0.001$) ระหว่าง "ความรู้สึกไม่สบายบริเวณคอและไหล่จากการทำงาน" กับ "ความล้าของสายตา (Eye Fatigue)" รวมถึงความเครียดจากภาระงานทางจิตใจในระดับสูง ($p = 0.003$) เนื่องจากการตั้งจอภาพต่ำหรือห่างเกินไป ทำให้กล้ามเนื้อคอต้องเกร็งพยุงศีรษะที่โน้มไปข้างหน้าตลอดเวลา ขณะที่กล้ามเนื้อตาก็ต้องเพ่งโฟกัสอย่างหนักต่อเนื่องเกิน 2 ชั่วโมง
มาตรฐานการยศาสตร์ระดับชาติ สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่ใน [มาตรฐานการปฏิบัติงานสำนักงานด้วยคอมพิวเตอร์ตามหลักการยศาสตร์ (สสปท. 2569)ที่ระบุให้ขอบบนของจอภาพต้องอยู่ในระดับสายตา และปรับระยะการมองเห็นให้เหมาะสมกับระยะสายตาเฉพาะบุคคล
เพื่อแก้ปัญหาทั้งอาการปวดต้นคอและความล้าสายตาพร้อมกัน การใช้แขนจับจอระบบแก๊สสปริงและแบบโมดูลาร์ ที่สามารถปรับระดับความสูง มุมก้ม-เงย (Tilt) และระยะดึงเข้า-ออกของหน้าจอได้อย่างอิสระ ทำให้ขอบบนของจอตรงกับระดับสายตาพอดี ลดภาระกล้ามเนื้อ Trapezius บริเวณคอบ่า และช่วยให้ดวงตาตั้งฉากกับจอในระยะที่สบายตาที่สุด หรือการใช้ถาดวางคีย์บอร์ดแบบหนีบโต๊ะปรับระดับช่วยในการแก้ปัญหา และปรับระดับแป้นพิมพ์และเมาส์ให้อยู่ในระนาบที่ข้อศอกทำมุม 90 องศา ไหล่ไม่ยกเกร็ง ซึ่งทำงานควบคู่กับแขนจับจอในการจัดท่าทาง Neutral Posture ได้สมบูรณ์ เป็นการลดความตึงเครียดสะสมบริเวณกระดูกต้นคอ ลดความเสี่ยงภาวะหมอนรองกระดูกคอเสื่อมก่อนวัย ป้องกันภาวะสายตาล้าและปวดศีรษะช่วงบ่าย ทำให้ทำงานได้อย่างสบายตัวและมีพลังจดจ่อกับงานมากขึ้น ป้องกันการสูญเสียผลิตภาพ (Productivity) จากภาวะ Presenteeism (มาทำงานแต่ประสิทธิภาพลดลงเพราะอาการปวด) และลดอัตราการลาป่วย (Sick Leave) สอดรับกับแนวทางการจัดการสุขภาวะองค์กรและเป้าหมาย ESG (Social / Employee Wellbeing)
8 พ.ค. 2563